ที่ปรึกษาทางการเงินของคุณ

เราช่วยให้คุณ เป็นเจ้าของบ้านในฝัน

รุ่งกิจ Clinic Financial คือบริการให้คำปรึกษาสินเชื่อบ้านครบวงจร ออกแบบมาเพื่อให้กระบวนการยื่นกู้เป็นเรื่องง่าย — ทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราทำงานร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำของไทยกว่า 9 แห่ง เพื่อหาสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อบ้านครั้งแรก นักลงทุน หรือต้องการอัพเกรดที่อยู่อาศัย — เราดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินวงเงินเบื้องต้น ไปจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์

ทีมที่ปรึกษาสินเชื่อรุ่งกิจ
บริการของเรา

เราช่วยคุณได้อย่างไร

ให้คำปรึกษาสินเชื่อบ้าน

วิเคราะห์ความสามารถทางการเงินและแนะนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมที่สุดจากธนาคารพันธมิตรกว่า 9 แห่ง ให้ตรงกับรายได้ ประวัติเครดิต และเป้าหมายของคุณ

คำนวณและวางแผนสินเชื่อ

จำลองยอดกู้และยอดผ่อนต่อเดือนอย่างละเอียด พร้อมวิเคราะห์ดอกเบี้ยรวมและเปรียบเทียบแต่ละแผนเพื่อหาตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับงบประมาณของคุณ

ช่วยเตรียมและยื่นเอกสาร

ดูแลครบจบในที่เดียว — จัดเตรียมเอกสาร ประสานงานกับธนาคาร ติดตามสถานะอนุมัติ และเป็นตัวแทนของคุณในทุกขั้นตอนการประเมิน

เจรจาดอกเบี้ยพิเศษ

ใช้ความสัมพันธ์ระยะยาวกับธนาคารพันธมิตร เจรจาอัตราดอกเบี้ยพิเศษและยกเว้นค่าธรรมเนียมเฉพาะลูกค้าของรุ่งกิจเท่านั้น

ให้คำปรึกษารีไฟแนนซ์

แนะนำการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเดิมเพื่อลดยอดผ่อนต่อเดือน ลดดอกเบี้ยรวม หรือดึงส่วนทุนจากอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่

ที่ปรึกษาส่วนตัวดูแลตลอด

มีที่ปรึกษาเฉพาะดูแลเคสของคุณโดยตรง พร้อมให้คำตอบผ่านโทรศัพท์ LINE และพบปะโดยตรง ตั้งแต่ต้นจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์

ง่าย โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการให้บริการ

01

ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

พบที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัวเพื่อประเมินสถานะทางการเงิน เป้าหมาย และวงเงินกู้เบื้องต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

02

จับคู่สินเชื่อที่ใช่

เปรียบเทียบแพ็กเกจสินเชื่อจากทุกธนาคารพันธมิตร พร้อมนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด — เห็นภาพชัดทั้งอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไข และต้นทุนรวม

03

ยื่นกู้และติดตามอนุมัติ

ทีมงานจัดเตรียมเอกสาร ยื่นให้ธนาคาร และติดตามสถานะอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ

04

นัดโอนกรรมสิทธิ์

ประสานงานกับธนาคารและสำนักงานที่ดิน เพื่อให้การทำสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์

เครือข่ายธนาคารพันธมิตร

ธนาคารที่ร่วมให้บริการ

รุ่งกิจเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินชั้นนำของไทย เพื่อนำเสนอสินเชื่อที่หลากหลายในอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้

ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคาร อาคารสงเคราะห์

ธนาคารออมสิน

ธนาคาร ทีเอ็มบีธนชาต

ธนาคารยูโอบี

ธนาคารแลนด์ แอนด์เฮ้าส์

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารเกียรตินาคิน

ธนาคารกรุงเทพ

เริ่มต้นได้เลยวันนี้

ขอรับคำปรึกษา สินเชื่อฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทีมที่ปรึกษาการเงินของเราพร้อมให้บริการทุกวัน กรอกแบบฟอร์มแล้วเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์

ปรึกษาด้านสินเชื่อ : 02-540-7999

LINE Official

@rungkij - ตอบไว ส่งเอกสารได้สะดวก

ติดตามเรา

แบบฟอร์มขอรับคำปรึกษา

กรอกข้อมูลด้านล่าง ทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

FAQ

บริการที่ปรึกษาสินเชื่อคิดค่าใช้จ่ายไหม?

ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น บริการที่ปรึกษาสินเชื่อของรุ่งกิจให้บริการ ฟรี 100% สำหรับลูกค้าทุกท่าน ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ความสามารถในการกู้, การเปรียบเทียบดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร, การจัดเตรียมเอกสาร, ไปจนถึงการติดตามผลการอนุมัติ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับยื่นกู้บ้าน?

เอกสารส่วนตัว

  • สำเนาบัตรประชาชน (รับรองสำเนาถูกต้อง)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณบัตร (ถ้ามี)

เอกสารรายได้ (พนักงานประจำ)

  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3–6 เดือน
  • หนังสือรับรองเงินเดือนจากนายจ้าง
  • Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารรายได้ (ผู้ประกอบการ / ฟรีแลนซ์)

  • Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง 12 เดือน
  • หลักฐานการเสียภาษี (ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.90/91)
  • ทะเบียนพาณิชย์ / หนังสือรับรองบริษัท (ถ้ามี)

เอกสารหลักประกัน

  • สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาจอง
  • โฉนดที่ดิน / หนังสือสัญญาขายที่ดิน
  • แผนที่ / แผนผังโครงการ (กรณีบ้านใหม่)

ทีมที่ปรึกษาจะจัดทำ checklist เอกสารเฉพาะบุคคลให้ครบถ้วนก่อนยื่น เพื่อลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่มเติมจากธนาคาร

ขั้นตอนอนุมัติสินเชื่อใช้เวลานานแค่ไหน?
  • ตรวจสอบเบื้องต้น: 1–3 วันทำการ (ธนาคารตรวจ Credit Bureau และข้อมูลรายได้)
  • ประเมินราคาหลักประกัน: 3–7 วันทำการ (บริษัทประเมินอิสระหรือของธนาคาร)
  • อนุมัติสินเชื่อ: 7–14 วันทำการหลังเอกสารครบ
  • นัดโอน / ทำสัญญา: 3–5 วันทำการหลังได้รับหนังสืออนุมัติ

รวมระยะเวลาตั้งแต่ยื่นจนถึงโอนกรรมสิทธิ์ประมาณ 2–4 สัปดาห์ หากเอกสารครบถ้วน ทีมงานจะติดตามสถานะกับธนาคารอย่างต่อเนื่องและแจ้งผลให้คุณทราบทุกขั้นตอน

ยื่นกู้พร้อมกันหลายธนาคารได้ไหม?

ได้ครับ และเราแนะนำให้ยื่นพร้อมกัน 2–3 ธนาคาร ด้วยเหตุผลดังนี้

  • เพิ่มโอกาสอนุมัติ: แต่ละธนาคารมีเกณฑ์พิจารณาต่างกัน การยื่นหลายที่ช่วยลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ
  • เปรียบเทียบเงื่อนไขได้จริง: ดอกเบี้ย วงเงิน และสิทธิพิเศษอาจแตกต่างกันมาก
  • ต่อรองได้: เมื่อมีข้อเสนอจากหลายธนาคาร คุณมีอำนาจต่อรองขอเงื่อนไขที่ดีกว่า

การยื่นกู้หลายธนาคารพร้อมกันจะมีการตรวจ Credit Bureau หลายครั้งในช่วงสั้น ซึ่งมีผลต่อคะแนนเครดิตน้อยมากหากทำภายใน 30–45 วัน ทีมงานจะดูแลการยื่นเอกสารแบบขนานเพื่อประหยัดเวลาของคุณ

กู้ได้สูงสุดเท่าไหร่?

วงเงินสินเชื่อขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก

1. ราคาประเมินหลักประกัน (LTV Ratio)

  • บ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 10 ล้าน → กู้ได้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน
  • บ้านหลังแรก ราคาเกิน 10 ล้าน → กู้ได้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน
  • บ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป → กู้ได้สูงสุด 80% ของราคาประเมิน (ตามเกณฑ์ ธปท.)

2. ความสามารถในการชำระหนี้ (DSR)

  • ยอดผ่อนชำระต่อเดือนรวมทุกหนี้ต้องไม่เกิน 40–50% ของรายได้สุทธิ
  • ตัวอย่าง: รายได้ 50,000 บาท/เดือน → ผ่อนได้สูงสุด ~20,000–25,000 บาท/เดือน
  • หากมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อรถยนต์อยู่แล้ว จะลดวงเงินที่กู้ได้

ลองคำนวณยอดผ่อนประมาณการได้ที่ เครื่องคำนวณสินเชื่อ ของเรา หรือปรึกษาทีมงานเพื่อวิเคราะห์วงเงินที่เหมาะกับคุณ

เครดิตบูโรมีผลต่อการขอสินเชื่ออย่างไร?

เครดิตบูโร (NCB) คือประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทของคุณ ธนาคารจะตรวจสอบก่อนพิจารณาอนุมัติทุกครั้ง

ปัจจัยที่ธนาคารพิจารณา

  • ประวัติการชำระหนี้ตรงเวลาย้อนหลัง 12–24 เดือน
  • ยอดหนี้คงค้างทั้งหมดเทียบกับรายได้
  • จำนวนบัญชีสินเชื่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน
  • ประวัติการค้างชำระหรือถูกฟ้องร้อง (ถ้ามี)

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสอนุมัติ

  • ชำระหนี้ทุกประเภทตรงเวลาอย่างน้อย 12 เดือนก่อนยื่นกู้
  • ลดยอดหนี้บัตรเครดิตให้ต่ำกว่า 30% ของวงเงิน
  • ไม่ขอสินเชื่อใหม่หลายที่ในช่วงใกล้จะยื่นกู้บ้าน
  • ตรวจสอบรายงานเครดิตบูโรของตัวเองก่อน (ทำได้ที่ NCB หรือแอปธนาคาร)

หากมีประวัติค้างชำระในอดีต ทีมงานจะช่วยวางแผนและแนะนำธนาคารที่มีความยืดหยุ่นด้านเกณฑ์เครดิตให้คุณ

รีไฟแนนซ์บ้านทำได้เมื่อไหร่ และคุ้มไหม?

โดยทั่วไปสามารถรีไฟแนนซ์ได้เมื่อ ผ่อนชำระครบ 3 ปี นับจากวันทำสัญญากู้ครั้งแรก เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับการไถ่ถอนก่อนกำหนด (หากมี)

รีไฟแนนซ์คุ้มเมื่อ

  • อัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมอย่างน้อย 0.5–1% ต่อปี
  • ยอดหนี้คงเหลือยังสูง (มักคุ้มค่าเมื่อหนี้เหลือมากกว่า 1–2 ล้านบาท)
  • ระยะเวลาผ่อนเหลือนานพอที่ดอกเบี้ยประหยัดได้คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการรีไฟ

ค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณา

  • ค่าธรรมเนียมประเมินหลักประกัน: ประมาณ 2,000–5,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจดจำนอง: 1% ของวงเงินสินเชื่อใหม่ (แต่ไม่เกิน 200,000 บาท)
  • ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินสินเชื่อ
  • ค่าประกันอัคคีภัย (บางธนาคาร)

ทีมงานจะช่วยคำนวณ Break-even Point ว่าต้องใช้เวลากี่เดือนถึงจะคุ้มทุน และเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคารให้คุณ

กู้ร่วมกับคนอื่นได้ไหม? และมีผลดีผลเสียอย่างไร?

กู้ร่วมได้ครับ โดยผู้กู้ร่วมมักเป็นคู่สมรส พ่อแม่ หรือพี่น้อง ธนาคารจะนำรายได้ของทุกคนมารวมกันในการพิจารณาวงเงิน

ข้อดีของการกู้ร่วม

  • เพิ่มวงเงินที่สามารถกู้ได้ เพราะรายได้รวมสูงขึ้น
  • ช่วยให้ผ่านเกณฑ์ DSR (อัตราหนี้ต่อรายได้) ได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มโอกาสอนุมัติหากผู้กู้หลักมีรายได้ไม่เพียงพอ

ข้อควรระวัง

  • ผู้กู้ร่วมมีภาระหนี้ร่วมกัน 100% หากฝ่ายใดผิดนัดชำระ อีกฝ่ายต้องรับผิดชอบทั้งหมด
  • หนี้สินเชื่อบ้านจะถูกนับรวมในประวัติเครดิตของผู้กู้ร่วม อาจกระทบการขอสินเชื่ออื่นในอนาคต
  • การถอนชื่อออกจากสัญญากู้ร่วมทำได้ยาก ต้องได้รับความยินยอมจากธนาคาร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยวางโครงสร้างการกู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ รวมถึงแนะนำเรื่องการวางแผนทางกฎหมายร่วมด้วย

เริ่มต้นได้วันนี้เลย

บ้านในฝันของคุณ เริ่มต้นจากการพูดคุย

ปรึกษาทีมที่ปรึกษาสินเชื่อของเราได้เลย ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีค่าใช้จ่าย

โทรหาเราเลย ส่งข้อความสอบถาม